พรีเมียร์ลีกมีเกมดาร์บี้ให้จดจำมากมาย แต่สำหรับแฟนเชลซี การเผชิญหน้ากับท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ในปี 2016 คือหนึ่งในความทรงจำที่ทั้งดุเดือดและสะใจ โดยมี เอเด็น อาซาร์ ปีกชาวเบลเยียม เป็นตัวแปรสำคัญในช่วงเวลาที่ทำให้ความฝันของสเปอร์สต้องสะดุดถึงสองครั้ง
ก่อนที่ทั้งสองทีมจะกลับมาดวลกันอีกครั้งที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ เราจะพาย้อนกลับไปดูสองเกมแห่งความทรงจำ ซึ่งไม่เพียงสร้างความเจ็บปวดให้แฟนไก่เดือยทอง แต่ยังมีส่วนสำคัญต่อเส้นทางสู่แชมป์พรีเมียร์ลีกของเชลซีอีกด้วย
🔥 นัดแรก: “Battle of the Bridge” อาซาร์ซัดดับฝันลุ้นแชมป์ไก่เดือยทอง
ย้อนกลับไปช่วงท้ายฤดูกาล 2015/16 ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ภายใต้การคุมทีมของ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ กำลังขับเคี่ยวแย่งแชมป์พรีเมียร์ลีกกับเลสเตอร์ ซิตี้ อย่างเข้มข้น ทำให้เกมเยือนเชลซีมีความหมายอย่างยิ่ง เพราะพวกเขาจำเป็นต้องคว้าชัยเพื่อรักษาความหวังในการลุ้นแชมป์
อย่างไรก็ตาม เกมที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ กลับเต็มไปด้วยความดุเดือด ทั้งการเข้าปะทะหนักและอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน จนได้รับการขนานนามว่า “Battle of the Bridge”
สเปอร์สออกสตาร์ตได้อย่างยอดเยี่ยม โดย แฮร์รี่ เคน และ ซน ฮึง-มิน ช่วยกันทำประตูให้ทีมเยือนขึ้นนำ 2-0 ทำให้สถานการณ์ของเชลซีตกเป็นรองอย่างหนัก
แต่จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อ เอเด็น อาซาร์ ถูกส่งลงสนามในช่วงพักครึ่ง แม้เจ้าตัวจะยังต้องบริหารสภาพร่างกายจากอาการบาดเจ็บรบกวน แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความนิ่งและความสามารถในการรับมือกับแรงกดดันได้อย่างยอดเยี่ยม
เชลซีไล่ตีไข่แตกจาก แกรี่ เคฮิลล์ ก่อนที่อาซาร์จะกลายเป็นพระเอกของค่ำคืน เมื่อเหลือเวลาอีก 7 นาที เจ้าตัวประสานงานกับ จอห์น โอบี มิเกล และ ดีเอโก้ คอสต้า พาบอลทะลุเข้าเขตโทษ ก่อนปั่นบอลเสียบมุมบนอย่างเหนือชั้น ช่วยให้เชลซีตีเสมอ 2-2 ได้สำเร็จ
ผลเสมอครั้งนั้นส่งผลกระทบโดยตรงต่อการลุ้นแชมป์ของสเปอร์ส และเปิดทางให้เลสเตอร์ ซิตี้ ผงาดคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2015/16 ได้อย่างเป็นทางการ
💥 นัดสอง: สิงห์บลูส์ย้ำแค้น ก่อนเดินหน้าคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก
เมื่อทั้งสองทีมกลับมาพบกันอีกครั้งที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ ในฤดูกาล 2016/17 สเปอร์สยังคงเป็นหนึ่งในคู่แข่งสำคัญของเชลซีในการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก
เวลานั้นทีมของ อันโตนิโอ คอนเต้ กำลังอยู่ในช่วงฟอร์มร้อนแรง หลังคว้าชัยในลีก 6 นัดติดต่อกันโดยไม่เสียประตู แต่สถิติดังกล่าวต้องสิ้นสุดลงเมื่อ คริสเตียน อีริคเซ่น ยิงให้สเปอร์สขึ้นนำตั้งแต่นาทีที่ 11
ทว่าฝั่งเจ้าถิ่นไม่ยอมปล่อยให้คู่ปรับร่วมเมืองครองความได้เปรียบไปนานนัก เปโดร โรดริเกซ ยิงประตูตีเสมอได้อย่างงดงามก่อนจบครึ่งแรก หลังรับบอลจาก เนมานย่า มาติช แล้วหมุนตัวปั่นเข้าเสาอย่างเฉียบคม
เข้าสู่ครึ่งหลัง เชลซีเดินหน้ากดดันต่อเนื่อง ก่อนที่จังหวะประสานงานระหว่าง อาซาร์ และ ดีเอโก้ คอสต้า จะเปิดพื้นที่ให้ วิคเตอร์ โมเซส เติมขึ้นมาซัดประตูชัย ช่วยให้เชลซีพลิกกลับมาเอาชนะสเปอร์ส 2-1 ได้สำเร็จ
ชัยชนะนัดนี้เป็นอีกหนึ่งหลักฐานถึงความแข็งแกร่งของเชลซีในยุคคอนเต้ และช่วยส่งให้ทีมเดินหน้าสู่การคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2016/17 ได้อย่างยิ่งใหญ่
💙 อาซาร์กับความทรงจำที่แฟนสิงห์ไม่มีวันลืม
ทั้งสองเกมแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของอาซาร์ในช่วงเวลาที่เชลซีต้องเผชิญหน้ากับคู่ปรับตัวฉกาจร่วมกรุงลอนดอน ขณะที่ จอห์น เทอร์รี่ ก็เป็นอีกหนึ่งตำนานที่มีผลงานยอดเยี่ยมในการดวลกับสเปอร์สตลอดช่วงเวลาที่ค้าแข้งกับทีม
ปัจจุบันเรื่องราวเหล่านั้นยังคงเป็นความทรงจำอันล้ำค่าของแฟนบอลเชลซี และก่อนที่ทั้งสองทีมจะกลับมาดวลกันอีกครั้งในพรีเมียร์ลีกที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ บรรยากาศแห่งศึกดาร์บี้ก็ยิ่งทำให้แฟนบอลนึกถึงค่ำคืนสุดคลาสสิกเหล่านั้น
นอกจากนี้ อาซาร์และเทอร์รี่ยังมีกำหนดกลับมาพบกับคู่ปรับเก่าในเกมระหว่าง Chelsea Legends กับ Tottenham Legends วันที่ 27 มีนาคม โดยสโมสรระบุว่าตั๋วเปิดจำหน่ายทั่วไปแล้ว
สำหรับแฟนเชลซี เกมกับสเปอร์สไม่ใช่แค่ดาร์บี้ธรรมดา แต่เป็นศึกแห่งศักดิ์ศรีที่เต็มไปด้วยเรื่องราว ความทรงจำ และช่วงเวลาที่สิงห์บลูส์เคยทำให้คู่ปรับร่วมเมืองต้องเจ็บปวดมาแล้วหลายครั้ง



